Mon Saeng Dao Ecological School

Mon Saeng Dao Ecological School

Monsaengdao Ecological School is an education centre integrating nature studies and agriculture for girls from ethnic minorities in northern Thailand. The school was established to provide education in a supportive and healing environment for girls at risk of human trafficking and other forms of abuse. Each year, up to 30 high school-aged girls receive free education and accommodation at the school. 

โรงเรียนม่อนแสงดาวธรรมชาติวิทยา

โรงเรียนม่อนแสงดาวธรรมชาติวิทยา

โรงเรียนม่อนแสงดาวธรรมชาติวิทยา เป็นศูนย์การศึกษาที่บูรณาการการเรียนรูเจากธรรมชาติและการเกษตรสำหรับเด็กหญิงที่เป็นกลุ่มชนเผ่าชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงในภาคเหนือของประเทศไทย โรงเรียนแห่งนี้ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อให้โอกาสทางการศึกษาที่มีสภาพแวดล้อมในการหนุนเสริมและเยียวยาเด็กหญิงที่มีความเสี่ยงต่อการค้ามนุษย์และการถูกล่วงละเมิดในรูปแบบอื่นๆ ในแต่ละปีมีเด็กหญิงที่จบการศึกษาระดับมัธยมปลายจำนวนกว่า ๓๐ คนที่ได้รับการศึกษาแบบให้เปล่าและที่พักอาศัยจากโรงเรียนม่อนแสงดาวแห่งนี้ 

ศูนย์การเรียนบ้านนาโต่

ศูนย์การเรียนบ้านนาโต่

ศูนย์การเรียนบ้านนาโต่ตั้งอยู่ริมชายแดนไทย -พม่า ในอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ศูนย์การเรียนนี้ตั้งขึ้นโดยพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อให้โอกาสทางการศึกษาแก่ผู้เรียนที่จบการศึกษาระดับมัธยมต้นจาณชายแดนในพื้นที่ดังกล่าว ที่มีกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์การเรียนบ้านนาโต่คือการให้การศึกษาแก่เยาวชนชาวไทยภูเขา เพื่อให้สามารถมีงานทำหลังจบการศึกษาซึ่งจะทำให้เยาวชนเหล่านี้พ้นจากความยากจนที่อาจนำไปสู่ปัญหายาเสพติดและเพศพาณิชย์ได้

โครงการที่หมู่บ้านสันกลาง

โครงการที่หมู่บ้านสันกลาง

หมู่บ้านสันกลาง ตั้งอยู่ตำบลห้วยชมพู อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย มีประชากรที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์อาข่าจำนวนประมาณ ๑๓๐ คน เมื่อเราได้ไปสำรวจหมู่บ้านเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๓  พบว่ามีแท๊งค์น้ำคอนกรีตที่รั่วอยู่จำนวน ๒ แท๊งค์ ซึ่งแท๊งค์ทั้งสองนี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านในระดับเดียวกับบ้านเรือนส่วนใหญ่ ซึ่งมีผลต่อแรงดันน้ำ น้ำในหมู่บ้านนี้มาจากแหล่งน้ำเล็กๆที่หากจากหมู่บ้านไปประมาณ ๕ กิโลเมตรที่ต่อมายังหมู่บ้านโดยใช้ท่อขนาด ๑ นิ้ว

บ้านห้วยวาด

บ้านห้วยวาด

หมู่บ้านห้วยวาดตั้งอยู่ที่อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง มีประชากรซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่จำนวนประมาณ ๓๗๐ คน  ซึ่งเราได้เข้าไปสำรวจหมู่บ้านในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ และพบว่า หมู่บ้านนี้ต้องพึ่งพาน้ำจากรถบรรทุกขององค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งผึ้งที่ขนน้ำมาให้หมู่บ้าน เป็นเวลา ๖ เดือนต่อปี หมู่บ้านห้วยวาดแห่งนี้ได้ถูกอพยพโยกย้ายมาเมื่อประมาณ ๑๐ ปีที่แล้ว (ปี พ.ศ. ๒๕๔๗) ก่อนหน้าที่นี้ชาวบ้านแต่ละหลังคาเรือนได้รับแท๊งค์น้ำขนาด ๑๕๐๐ ลิตร ซึ่งนับว่าเพียงพอต่อการใช้ในช่วงหน้าฝน แต่ว่าในหน้าแล้งไม่มีฝนเลย ทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำอย่างหนักในช่วงหน้าแล้ง

หมู่บ้านโป่งไฮ

หมู่บ้านโป่งไฮ

หมู่บ้านโป่งไฮตั้งอยู่ในอำเภอแม่อาย ประชากรบ้านโป่งไฮเป็นชาวลาหู่จำนวน ๔๕๐ คน  ในการศึกษาสภาพปัญหาของบ้านโป่งไฮในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ พบว่าน้ำประปาภูเขาของหมู่บ้านมีตะกอนสูงมากและมีปริมาณของโคลิฟอร์มสูงกว่ามาตรฐาน แท็งค์เก็บน้ำของชุมชนมีโคลนตะกอนอยู่เกือบครึ่งแท๊งค์  และแท็งค์เก็บน้ำดังกล่าวตั้งอยู่ในระดับต่ำกว่าบ้านเรือนหลายหลัง ทำให้บ้านเรือนที่อยู่สูงกว่าแท็งค์มีความดันน้ำต่ำมากและไม่มีน้ำไหลในช่วงที่มีการใช้น้ำกันมากๆ

บ้านห้วยลุ

บ้านห้วยลุ

ในช่วงที่พวกเราทำงานอยู่ที่บ้านสันกลางในเดือนกุมภาพันธ์  ๒๕๕๕  เราได้รับการติดต่อจากผู้นำหมู่บ้านห้วยลุ ขอให้เราช่วยซ่อมแซมคลองส่งน้ำท่ีเสียหายจากน้ำท่วม เมื่อช่วงหน้าฝนปีก่อน ซึ่งชาวห้วยลุจำนวน ๑๕ ครอบครัวที่มีที่นาที่ต้องใช้น้ำจากคลองส่งน้ำนี้ จากการที่ผลผลิตเสียหายจากน้ำท่วมพวกเขาจึงขาดรายได้จากการขายข้าว และเนื่องจากไม่มีรายได้พวกเขาจึงไม่มีเงินซ่อมแซมคลองส่งน้ำดังกล่าว

บ้านเวียงกลางหมู่ ๑๑

บ้านเวียงกลางหมู่ ๑๑

บ้านเวียงกลางหมู่ ๑๑ อยู่ใกล้กับบ้านเวียงกลางหมู่ ๒๑ ที่ตั้งอยู่เหนือขึ้นไป มีประชากรจำนวนเกือบ ๑ พันคน จากกลุ่มชาติพันธุ์ ๙ กลุ่ม น้ำที่ใช้ในหมู่บ้านนี้ได้มาจากบ่อเล็กๆ ๓  บ่อที่อยู่ใกล้ๆกับหมู่บ้าน ความจุของบ่อทั้ง ๓ มีไม่เพียงพอ ถึงแม้ว่าจะมีการจัดการที่ดีของผู้นำหมู่บ้าน ชาวบ้านจึงยังคงต้องพึ่งพาน้ำจากรถบบรทุกที่ขนน้ำมาให้หมู่บ้านในช่วงหน้าแล้งเป็นเวลา ๓ เดือน

Wiang Klang Moo 11

Wiang Klang Moo 11

The village of Wiang Klang Moo 11 is located near Moo 21 above. It is populated by nearly 1,000 people from nine different ethnic groups. The village water is supplied from three small dams that are nearby. The storage capacity for these dams is inadequate despite careful management by the village leaders and water has to be trucked in for three months during the dry season.