ศูนย์การเรียนบ้านนาโต่

ศูนย์การเรียนบ้านนาโต่ตั้งอยู่ริมชายแดนไทย -พม่า ในอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ศูนย์การเรียนนี้ตั้งขึ้นโดยพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อให้โอกาสทางการศึกษาแก่ผู้เรียนที่จบการศึกษาระดับมัธยมต้นจาณชายแดนในพื้นที่ดังกล่าว ที่มีกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์การเรียนบ้านนาโต่คือการให้การศึกษาแก่เยาวชนชาวไทยภูเขา เพื่อให้สามารถมีงานทำหลังจบการศึกษาซึ่งจะทำให้เยาวชนเหล่านี้พ้นจากความยากจนที่อาจนำไปสู่ปัญหายาเสพติดและเพศพาณิชย์ได้ 

 ศูนย์การเรียนนี้เป็นศูนย์การเรียนของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงราย ที่มีงบประมาณจำนวนจำกัด แต่มีคณะครูที่มีจิตอาสาและเสียสละตนเองปฏิบัติการสอน และทำงานอยู่ที่นี่ รายงานฉบับนี้จะเน้นเฉพาะโครงการที่จัดให้มีการข้ามน้ำคำไปยังศูนย์ฯ อย่างปลอดภัย

ในเริ่มแรกนั้นการข้ามน้ำคำไปที่ศูนย์นาโต่นั้นต้องขับรถไปในน้ำเพื่อข้ามน้ำ โดยเลือกแนวที่มีน้ำตื้นๆ ที่มีหินแม่น้ำอยู่ แต่ในช่วงหน้าฝนมีน้ำท่วมทำให้แนวกระแสน้ำเปลี่ยนแปลง ข้ามลำบาก และหลังจากที่น้ำลดมักมีก้อนหินขนาดใหญ่ที่ไหลมากับน้ำเป็นอุปสรรคที่ทำให้รถพังชำรุดเสียหาย 

ได้มีการนำเอาทางเลือกหลายประการมาพิจารณาเพื่อทำทางข้ามน้ำคำ อันได้แก่ การใช้ท่อ สะพาน และสะพานใต้น้ำ แต่เนื่องแต่เดิมถนนที่ข้ามน้ำคำไปที่ศูนยฯนาโต่ เป็นการข้ามโดยใช้สะพานใต้น้ำอยู่แล้ว การที่เราจะวางท่อ หรือสร้างสะพานจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก เนื่องจากไม่สามารถต้านทานน้ำที่ไหลบ่าและท่วมในหน้าฝนได้

ได้มีการเตรียมการการออกแบบสะพานใต้น้ำจากแปลนมาตรฐานของกรมทางหลวงในแคว้นควีนส์แลนด์ โดยผู้อำนวยการโครงการของมูลนิธิ และมีการจัดทำงบประมาณที่ต้องใช้เสนอไปยังสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ในเริ่มแรกได้ประมาณการงบประมาณโครงการไว้ที่ ๘๐,๐๐๐ บาท โครงการประสบความสำเร็จในการได้รับการการสนับสนุนจาก สอศ. แม้ว่างบประมาณจะถูกตัดเหลือเพียง ๗๕,๐๐๐ บาท ซึ่งการจัดทำโครงการภายใต้งบประมาณที่จำกัดนี้มีความท้าทายมากเนื่องจาก ต้องมีการขยายทางลาดของสะพานให้คลอบคลุมทางลาดข้ามน้ำที่มีคนทำไว้ก่อนหน้านั้น ซึ่งทางลาดดังกล่าวทำไว้ไม่ค่อยดีนัก โดยทั้งนี้มูลนิธิได้ร่วมบริจาคเงินจำนวน ๕,๐๐๐ บาทเพื่อเป็นค่าวัสดุและการขนส่งเพื่อให้มั่นใจว่าโครงการจะเสร็จสมบูรณ์

การทำโครงการนี้ได้รับความร่วมมือจากคณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนชาร์นิแกน เลค สคูล, ประเทศแคนาดา ที่มาทำงานในโครงการผู้นำที่นาโต่ทุกปี มีนักเรียนจำนวน ๑๐ คน ที่จับคู่ทำงานร่วมกับผู้เรียนของศูนย์นาโต่  พร้อมกับมีคุณครูอีก ๓ ท่าน ที่มีความเป็นมืออาชีพและช่วยเหลือการทำงานได้เป็นอย่างมาก

ภาระกิจแรกของทีมคือการทำกระสอบทรายเพื่อใช้ทำฝายกั้นน้ำใว้ครึ่งหนึ่งให้พื้นน้ำคำแห้งสำหรับการเทคอนกรีตสะพานข้ามน้ำ มีการปรับเส้นทางข้ามน้ำอันเดิมเพื่อให้ยานพาหนะสามารถข้ามได้ในช่วงที่แรกของการก่อสร้างสะพานใต้น้ำ ทีแรกนั้นเราวางแผนให้มีการขนส่งหินจำนวนครึ่งหนึ่งของการก่อสร้างมากองไว้ที่แต่ละฝั่ง เพื่อลดภาระงาน  แต่โชคไม่ดีเลยที่หินสำหรับการก่อสร้างไม่ได้มาส่งตามเวลา และเมื่อมาส่งก็ได้เอาหินกองไว้ตรงฝั่งทางเข้าของน้ำคำเท่านั้น ซึ่งทำให้พวกเราต้องพยายามออกแรงกันอย่างมากในการผสมและเทเทคอนกรีตจำนวนถึง ๗.๒ ลูกบาศก์เมตรในช่วงที่สองของการก่อสร้าง ที่ต้องใช้คนลำเลียงขนส่งถังปูนซีเมนต์ที่ผสมแล้วป็นระยะทางทั้งสิ้นถึง ๓๐ เมตร

ในช่วงแรกของการก่อสร้างสะพานใต้น้ำเราต้องใช้คอนกรีตจำนวน ๖.๓ ลูกบาศก์เมตร และในช่วงสุดท้ายทางลาดตรงช่วงปากทางเข้าของสะพานนั้นเราต้องใช้คอนกรีตอีก ๓.๕  ลูกบาศก์เมตร รวมทั้งสิ้นเป็นคอนกรีตจำนวน ๑๗ ลูกบาศก์เมตร โดยที่พวกเราต้องผสมคอนกรีตโดยใช้เครื่องโม่คอนกรีตด้วยมือ เราใช้หินจำนวน ๑๖.๕ ลูกบาศก์เมตร ร่วมกับปูนซีเมนต์ที่หนัก ๕๐ กิโลกรัมจำนวน ๑๑๙ ถุง ทรายทั้งหมดที่เราใช้ในการก่อสร้างได้มาจากการไปขุดมาจากน้ำคำเพื่อรักษางบประมาณไม่ให้เกินงบที่เรามี เนื่องจากการสั่งซื้อหินและทรายและขนส่งมาจากอำเภอแม่จันมีราคาแพงมาก นอกจากนี้เรายังช่วยกันขนทรายอีกจำนวนหนึ่งมาใช้ในการก่อสร้างตึกอำนวยการของศูนย์นาโต่อีกด้วย

โครงการของเราใช้เหล็กสองชั้น โดยใช้เหล็กข้ออ้อยขนาด ๑๒ มิลลิเมตร สำหรับชั้นล่าง และขนาด ๑๐ มิลลิเมตรสำหรับชั้นบน โดยแบบเหล็กแต่ละชั้นสูง ๕๐ มิลลิเมตร  พื้นสะพานมีความหนา ๒๐๐ มิลลิเมตร และเพิ่มเป็น ๒๕๐ มิลลิเมตร ในหลายๆบริเวณของสะพานเนื่องจากตามขนาดของแบบที่เราใช้และธรรมชาติของพื้นน้ำ  เราพบว่าการตัดขอบกำแพงทั้งสองด้านของสะพานใต้น้ำด้วยการขุดทรายลึกลงไป ๖๐๐ มิลิเมตรด้วยมือเป็นสิ่งที่ยากลำบากมาก แบบแปลนของเราได้รับการเห็นชอบจากครูปรัชญา ที่ได้มาช่วยดูพวกเราในช่วงแรกของการทำงาน ซึ่งครูปรัชญาเป็นวิศวหรโยธาของวิทยาลัยฯ

สะพานใต้น้ำนี้มีความยาวทั้งสิ้น ๒๒.๓ เมตร โดยมีส่วนที่อยู่่ในลำน้ำ ๑๒.๒ เมตร ทางลาดมีความลาดชันของประมาณเจ็ดองศา  ที่จะช่วยทำให้การขับผ่านทางลาดเป็นไปอย่างนิ่มนวล ไม่กระแทกกระทั้น

ขอแสดงความขอบคุณเป็นพิเศษต่อนักเรียนจากชาร์นิแกน เลค สคูล และนักเรียนของศูนย์นาโต่ สำหรับการทำงานให้ลุล่วงเสร็จสมบูรณ์ในครั้งนี้ ที่ได้พยายามทำงานแม้ต้องเหน็ดเหนื่อยกันอย่างมากในช่วงการทำงานทั้ง ๗ วัน และขอขอบคุณคณะครูของชาร์นิแกน เลค สคูล ที่ไม่ได้เพียงแค่ทำงานหนัก เคียงบ่าเคียงใหล่กับนักเรียนเท่านั้น แต่ยังได้แสดงความเป็นมืออาชีพ และเป็นกำลังใจที่ดีตลอดการทำงาน ขอขอบคุณผู้เรียนทั้ง ๒ คนจากวิทยาลัยฯ ที่ได้อาสามาช่วยงานในช่วงปิดเทอม ทักษะการก่อสร้างและความพยายามของพวกเขาเป็นที่น่าชื่นชมมาก และขอขอบคุณทีมแม่ครัวที่จัดหาอาหารอร่อยๆสำหรับทีมก่อสร้าง อาหารและอาหารว่างถือเป็นการพักผ่อนที่ดีมากหลังจากการทำงานหนัก สะพานใต้น้ำที่ศูนย์นาโต่ไม่เพียงแต่จะช่วยให้มีการขนส่งข้ามน้ำที่ปลอดภัยตลอดทั้งปี แต่มันยังช่วยให้ผู้ที่อาศัยหรือทำงานอยู่ที่ศูนย์มีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี  ในการเดินทางที่สะดวกสบาย และการไปหาหมอยามเจ็บป่วย

สะพานใต้น้ำแห่งนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้มีการเดินทางที่ปลอดภัยด้วยยานพาหนะต่างๆในช่วงเวลาส่วนใหญ่ของแต่ละปีเท่านั้น แต่มันยังได้ทำให้เกิดความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนที่อาศัยอยู่ที่ศูนย์ ด้วยการขนส่งอาหาร และวัสดุต่างๆได้ง่ายขึ้น และขนส่งผู้ป่วยหรือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ไปยังโรงพยาบาลได้โดยไม่ต้องกระแทกกระเทือนจากท้องน้ำคำที่ขรุขระอีกต่อไป  เมื่อเวลาผ่านไปจะมีทรายมาสะสมที่เหนือสะพานมากขึ้น ทำให้ง่ายต่อการมาขนไปใช้ในโครงการอื่นๆต่อไปได้ง่ายขึ้น และไม่ต้องสงสัยเลยว่าสะพานใต้น้ำแห่งนี้จะทำให้มีการล้างรถที่รถยนต์ และมอรเตอร์ไซด์เพิ่มขึ้นอีกเป็นสองเท่า และเด็กเล็กๆจำนวนมากก็ยังสามารถมานั่งเล่น และว่ายน้ำเล่นที่สะพานแห่งนี้ได้อย่างปลอดภัยอีกด้วย 

สมาชิกของมูลนิธิชุมชนยั่งยืนมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสในการช่วยเหลือและมีส่วนร่วมที่สำคัญในการพัฒนาศูนย์การเรียนบ้านนาโต่ และอนาคตทางการศึกษาของเยาวชนชาวไทยภูเขาในพื้นที่

หมายเหตุ: ฟอร์ด เป็นบริเวณพื้นที่ตื้นๆที่มีฐานรากที่ดีแต่บางครั้งก็จะต้องมีการเสริมคอนกรีตหรือยางมะตอย ไว้สำหรับยานพาหนะต่างๆข้ามร่องน้ำนั้นไปได้ ส่วนคอสเวย์หมายถึงถนนหรือทางรถไฟที่ทำไว้ข้ามแม่น้ำที่มีขนาดกว้างซึ่งคอสเวย์นี้จะอยู่เหนือน้ำ