ลองจินตนาการถึงเหตุการณ์หนึ่งทีเกิดขึ้นที่บ้านห้วยวาดในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ เมื่อแม่มีน้ำไม่พอแม้แต่จะอาบน้ำให้ลูกน้อยของเธอ เธอค่อยๆหยิบเอาขวดน้ำของนักวิจัยไปและใช้น้ำครึ่งขวดเพื่อนำเอาไปอาบน้ำให้ลูกน้อยของเธอ

เหตุการณ์ธรรมดานี้ได้ถูกนักวิจัยคนนั้นนำไปเขียนลงในบล๊อกของเธอ ซึ่งเธอไม่เคยคิดเลยว่ามันจะนำไปสู่การแก้ปัญหาเรื่องน้ำให้กับหมู่บ้านห้วยวาด เมื่อคนที่เข้ามาอ่านบล๊อกของเธอได้ติดต่อมาหาเธอและถามว่าเขาจะช่วยอะไรได้บ้าง หลักจากนั้นอีกไม่นานนักทีมงานภายใต้ชื่อ “ได้ ได้ ได้ “ ก็ได้ถูกจัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ และได้ร่วมทำงานกับหมู่บ้านในการปรับปรุงการจัดหาน้ำให้กับชุมชน สมาชิกของทีม “ได้ ได้ ได้” ประกอบไปด้วยอาสาสมัครที่เป็นทั้งชาวไทยและชาวออสเตรเลียน

ได้มีการทำงานในหมู่บ้านห้วยวาดในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๕๒ – ๒๕๕๓ เพื่อสร้างบ่อตะกอน, แท็งค์สำหรับกรองน้ำ และแท๊งค์เพื่อการกักเก็บน้ำอีกจำนวนหนึ่งเมื่อโครงการที่ห้วยวาดได้เสร็จสมบูรณ์ลง สมาชิกของทีมได้มีการทบทวนเกี่ยวกับสิ่งที่เราได้บรรลุผลและบทเรียนที่พวกเราได้เรียนรู้ เราพบและเรียนรู้ว่ายังมีชาวบ้านอีกเป็นจำนวนมากมายที่มีปัญหาเรื่องน้ำ ดังนั้นเราจึงได้ตัดสินใจที่จะก่อตั้ง “มูลนิธิชุมชนยั่งยืน” เพื่อที่จะดำเนินทำงานเกี่ยวกับโครงการน้ำและกิจกรรมอื่นๆ ต่อไป เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะเกิดความยั่งยืนของชุมชนที่ด้อยโอกาสในภาคเหนือของประเทศไทย

ปัญหาการขาดแคลนและการเข้าถึงแหล่งน้ำที่มีเพียงพอ และน้ำสะอาด นับเป็นปัญหาที่หมู่บ้านหลายๆแห่งต้องเผชิญ และมักเป็นปัญหาที่มักพบอยู่เสมอในกลุ่มคนที่เป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ ที่มักเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเขาของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คนเหล่านี้มีสถานะที่เป็นคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติอยู่เป็นจำนวนมาก ที่ทำให้พวกเขามีโอกาสน้อยมากที่จะได้รับสาธารณูปโภคที่จำเป็นจากรัฐบาล เช่นแหล่งน้ำในชุมชน

ในชุมชนเหล่านี้มีครอบครัวจำนวนมากที่มีชีวิตอยู่รอดได้ด้วยการทำงานอย่างหนักเพื่อและกับรายได้เพียงวันละ ประมาณ ๑๓๕ บาท(๕ ดอลลาร์ )หรือต่ำกว่านี้ พวกเขาไม่มีแหล่งงบประมาณในการระดมเงินทุนสำหรับการพัฒนาระบบน้ำของชุมชนที่ทุกคนจะได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน อย่างไรก็ตามหากมีโอกาส พวกเขาก็มีความสุขที่จะร่วมแบ่งปันแรงงานในการก่อสร้างและดูแลระบบน้ำของหมู่บ้าน

รางวัลที่สูงสุดประการหนึ่งสำหรับอาสาสมัครอย่างที่ได้เข้าร่วมโครงการเหล่านี้ คือโอกาสที่ได้ร่วมทำงานเคียงบ่าเคียงใหล่กับชาวบ้าน และได้เรียนรู้เกี่ยวกับ “ภูมิปัญญาท้องถิ่น” ของชาวบ้าน

หากคุณมีความสนใจที่จะช่วยเหลือหมู่บ้านที่ด้อยโอกาส ที่มูลนิธิจะเข้าไปทำงานด้วยต่อไปในอนาคต โปรดไปที่ หน้า “ เข้าเป็นส่วนร่วม” และดูว่าคุณจะสามารถสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นได้อย่างไร